ลิลิตพระลอ

 

กล่าวถึงเมืองเหนือสองเมืองที่เป็นศัตรูคู่อริกัน เมืองหนึ่งนั้นมีกษัตริย์พระนามว่า ‘พระลอดิลกราช’ ผู้ครองเมืองแม้นสรวง ส่วนอีกเมืองหนึ่งชื่อว่าเมืองสรอง มีเป็นกษัตริย์นามว่า ‘พิชัยพิษณุกร’

กษัตริย์พิชัยพิษณุกรเป็นกษัตริย์ที่มีพระสิริวรกายงดงามยิ่ง พระองค์มีพระราชธิดาอยู่ 2 พระองค์ คือ ‘พระเพื่อนแก้ว’ และ ‘พระแพงทอง’ องค์น้อง เนื่องด้วยปู่ของธิดาทั้งสองพ่ายแพ้เสียทีข้าศึกจนสวรรคต พระราชธิดาทั้งสองจึงสาบานกับเจ้าย่าว่า เมื่อโตขึ้นจะต้องแก้แค้นให้แก่เมืองสรองให้จงได้ หากผิดคำสาบานจะขอตายด้วยคมดาบอาวุธ

เจ้าย่าจึงออกกลอุบายโดยส่งคนไปสีซอเพื่อพรรณนาความงามของพระเพื่อนกับพระแพงให้พระลอฟัง เพื่อล่อให้พระลอมาที่นี่ แต่แล้วก็มีข่าวว่าทัพเมืองพะเยายกไปตีเมืองแม้นสรวงและลอบปลงพระชนม์พระลอ เมื่อเพื่อนแก้วและแพงทองทราบเรื่อง จึงสั่งให้รื่นและโรยช่วยแก้มนต์โดยใช้วิธีวางประคำไว้ใต้ที่นอนของเพื่อนแก้วกับแพงทอง แต่ก็ไม่ได้ผล รื่นและโรยจึงตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือจากปู่เจ้าสมิงพรายในวันก่อนวันฉลองครองราชย์ของกษัตริย์พิชัยพิษณุกร แต่ก็สายไปเพราะปู่เจ้าสมิงพรายมาเข้าทรงเจ้าย่าไปแล้ว จึงหมดหนทางในการแก้ไขกฤตยามนต์โดยสิ้นเชิง นางทั้งสองจึงไปขอให้ปู่เจ้าสมิงพรายช่วยดลให้พระลอมาถึงที่หมายเร็วกว่ากำหนด เพื่อจะได้ทูลเตือนให้กลับเมืองของตนไปเสีย ปู่เจ้าสมิงพรายก็ให้ความช่วยเหลือจนพระลอต้องเสด็จมาเมืองสรองในวันรุ่งขึ้น

ฝ่ายพระลอที่ต้องมนตร์เสน่ห์ของเจ้าย่าและเจ้าสมิงพราย ก็เกิดความรู้สึกอยากทอดพระเนตรพระเพื่อนกับพระแพงขึ้นมาในฉับพลันทันที เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงรีบอำลาพระนางบุญเหลือผู้เป็นพระราชมารดา และพระนางลักษณวดีผู้เป็นพระมเหสี เพื่อเสด็จไปยังเมืองสรองพร้อมด้วยนายแก้วนายขวัญผู้เป็นพระพี่เลี้ยงทันที

เมื่อพระลอเสด็จมาถึงแม่น้ำกาหลง พระองค์ก็ทรงเสี่ยงน้ำซึ่งปรากฏเป็นลางร้าย แต่พระลอก็ไม่อาจกลับได้ด้วยเพราะต้องในมนตร์เสน่ห์ของเจ้าย่าและเจ้าปู่สมิงพราย ทำห้ำระองค์จำต้องเสด็จต่อไป เจ้าปู่สมิงพรายเสกให้มีไก่แก้วคอยวิ่งล่อพระลอกับพระพี่เลี้ยงจนไปถึงเมืองสรองได้สำเร็จ

เมื่อพระลอไปถึงสวนหลวง นางรื่นกับนางโรยก็รีบออกมารับเสด็จ และออกอุบายให้พระเพื่อนและพระแพงเสด็จออกไปพบพระลอเพื่อเตือนภัย เมื่อพระลอเห็นความงามของนางทั้งสองก็เกิดอาการตกหลุมรัก และไม่ยอมกลับไปแต่ท้ายที่สุดพระลอก็ต้องกลับไป พร้อมให้คำสัญญาว่าจะกลับมาหาอีกในไม่ช้า

อยู่มาวันหนึ่ง พระลอและพระพี่เลี้ยงกลับมาหาพระเพื่อนและพระแพง รื่นและโรยจึงเชิญให้เข้ามาในตำหนัก เมื่อนางทั้งสองเห็นว่าพระลอออกไปก็คงพบกับอันตราย จึงพาพระลอเข้าไปอยู่ในตำหนัก และให้นายแก้วอยู่กับนางรื่น  ส่วนนายขวัญอยู่กับนางโรย

เวลาล่วงเลยผ่านไปครึ่งเดือน กษัตริย์พิชัยพิษณุกรก็ทราบข่าวว่าพระลอเสด็จมาอยู่ที่พระตำหนักพระราชธิดา เมื่อพระองค์ทรงเห็นพระลอก็เกิดความสงสาร และเมตตาให้จัดพิธีอภิเษกสมรสให้ แต่พระเจ้าย่าก็เข้าขัดขวางทุกวิถีทางเนื่องจากไม่ทรงชอบพระลอ

พระเจ้าย่าทรงอ้างว่ากษัตริย์พิชัยพิษณุกรสั่งให้จับพระลอ แต่ฝ่ายพระเพื่อนพระแพงและพระพี่เลี้ยงก็เข้าขัดขวางอย่างสุดกำลัง จนท้ายที่สุดทุกคนก็สิ้นพระชนม์และสิ้นชีวิตกันทั้งหมด

ก่อนที่แพงทองจะสิ้นพระชนม์ ก็ได้เขียนบันทึกเล่มหนึ่งม้วนใส่ซองหนังแล้วเก็บไว้ในที่ลับตา บันทึกมีใจความว่า “หลังจากที่ข้าฯตายไปแล้ว เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ เรื่องราวของข้าฯก็คงจะกลายเป็นอดีตไปแล้ว ความจริงทุกอย่างอาจจะลางเลือนและกลายเป็นเรื่องเล่าสนุกปากของคนทั่วไป แต่หากมีใครสักคนที่ผ่านมาพบบันทึกเล่มนี้ ขอให้รับรู้ความจริงเรื่องความรักระหว่างข้าฯ เพื่อนแก้ว และท้าวเธอลอดิลกราช ว่าแม้จะเป็นความรักที่ต้องด้วยมนตรา และความจริงนี้จะทำให้ชื่อเสียงของข้าหมองมัว หรือถูกประณามไม่ให้เอาเยี่ยงอย่างในฐานะหญิงโฉด แต่ก็ขอให้ท่านเข้าใจในความรักของตัวข้า และโปรดให้อภัยข้าฯแม้สักนิดก็ยังดี….บางครา….ท่านอาจเห็นใจข้าฯได้บ้างว่า ความรักของข้าฯ สองพี่น้องต่างหากที่เป็นความรักที่ต้องมนตรามิใช่ท้าวเธอแต่เพียงผู้เดียว”

เมื่อกษัตริย์พิชัยพิษณุกรทรงทราบเรื่องก็ทรงพระพิโรธยิ่งนัก และมีรับสั่งให้จับพระเจ้าย่าและพรรคพวกประหารชีวิตเสียให้ตายตกไปตามกัน จากนั้นกษัตริย์พิชัยพษณุกรก็โปรดให้จัดพิธีพระศพอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีนางบุญเหลือผู้เป็นพระราชมารดาของพระลอส่งฑูตมาร่วมงานพระศพของกษัตริย์ 3 พระองค์ด้วย ตั้งแต่นั้นมาเมืองสรองและเมืองแม้นสรวงก็มีสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกันตลอดไป

 

โฆษณา



This entry was posted on วันอังคาร, ตุลาคม 18th, 2011 at 10:40 pm and is filed under วรรณคดีไทย. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. Both comments and pings are currently closed.

Comments are closed.