พระอภัยมณี

 

ณ กรุงรัตนา มีท้าวสุทัศน์และพระนางประทุมเกสรเป็นผู้ครองเมือง ทั้งสองมีพระโอรสสององค์ คือ พระอภัยมณี และศรีสุวรรณ และส่งให้ทั้งสองไปเรียนศิลปวิทยา โดยพระอภัยมณีจบวิชาปี่ ส่วนศรีสุวรรณจบวิชากระบี่กระบอง เมื่อสำเร็จวิชาแล้ว ทั้งสิงก็ได้กลับคืนสู่พระนคร

เมื่อพระบิดาทราบว่าบุตรทั้งสองเรียนวิชาชั้นต่ำที่ไม่คู่ควรแก่การเป็นกษัตริย์ ก็ทรงกริ้วและขับไล่ทั้งสองออกจากพระนคร ทั้งสองเดินทางไปเรื่อยๆจนถึงชายทะเล และได้พบกับพราหมณ์ 3 คน คือ โมรา สานนท์ และวิเชียร ทั้งหมดผูกสมัครเป็นมิตรกัน จากนั้นพระอภัยมณีก็เป่าปี่ให้คนทั้งหมดฟัง จนเคลิบเคลิ้มหลับไป

เพลงปี่ดังไกลไปถึงนางผีเสื้อสมุทรที่อาศัยอยู่กลางทะเล เมื่อนางผีเสื้อสมุทรได้ฟังเสียงปี่ก็ตามเสียงมาจนพบและตกหลุมรักพระอภัยมณี นางจึงลักพาตัวพระอภัยมณีให้กลับไปอยู่บนเกาะกับนาง

นางผีเสื้อสมุทรจำแลงกายเป็นหญิงหน้าตาสวยงาม และแม้พระอภัยจะรู้ทั้งรู้ว่าสาวงามผู้นี้คือนางยักษ์ แต่ก็ไม่อาจจะหนีไปไหนได้ ทั้งสองจึงอยู่กินกันจนให้กำเนิดบุตรชายร่วมกันชื่อว่า สินสมุทร

ด้านศรีสุวรรณกับสามพราหมณ์ เมื่อตื่นจากการหลับใหลแล้วไม่พบพระอภัยมณี ก็เที่ยวค้นหาจนไปถึงเมืองรมจักรทั้งสี่ร่วมกันสู้ศึกป้องกันเมือง และได้พบกับนางเกษราผู้เป็นธิดาของเจ้าเมือง ศรีสุวรรณจึงได้อภิเษกกับนางเกษรา และให้กำเนิดพระธิดาชื่อว่า นางอรุณรัศมี

วันหนึ่ง สินสมุทรออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกจนพบเจอกับพ่อเงือกแม่เงือกคู่หนึ่ง สินสมุทรจึงจับตัวเงือกคู่นั้นมาให้พ่อดู พ่อเงือกและแม่เงือกวอนขอให้พระอภัยไว้ชีวิตและยื่นขอเสนอว่าจะพาตัวพระอภัยหนี พระอภัยเห็นด้วยกับความคิดนี้ จึงออกอุบายให้นางผีเสื้อไปถือศีลบนเขา 3วัน 3 คืน ระหว่างที่นางผีเสื้อสมุทรไม่อยู่ พระอภัยก็พาสินสมุทรหลบหนี พ่อเงือกแม่เงือกพาพระอภัยและสินสมุทรหนีมาจนเกือบถึงเกาะแก้วพิสดาร ก็พอดีกับที่นางผีเสื้อรู้ตัวและติดตามมาทัน เมื่อตามมาทันนางผีเสื้อก็ฆ่าพ่อเงือกแม่เงือกทิ้ง  ส่วนนางเงือกผู้เป็นลูกก็พาพระอภัยกับสินสมุทรหนีต่อไปอีกจนถึงเกาะแก้วพิสดาร

บนเกาะแห่งนี้ เป็นที่อยู่ของพระฤๅษีผู้มีฤทธิ์มาก นางผีเสื้อจึงไม่กล้าจะทำอะไร และปล่อยให้ทั้งหมดอาศัยอยู่บนเกาะแก้วพิสดารอย่างปลอดภัย ฝ่ายพระอภัยก็ได้นางเงือกเป็นภริยา

ณ เมืองผลึก มีท้าวสิลราชกับพระนางมณฑาเป็นผู้ครองเมือง ทั้งสองมีพระธิดา ชื่อว่า นางสุวรรณมาลี ซึ่งทรงเป็นคู่หมั้นอยู่กับอุศเรน เจ้าชายแห่งเมืองลังกา วันหนึ่งนางสุวรรณมาลีเกิดนิมิตฝัน โหรจึงได้ทำนายว่า นางนั้นจะต้องออกทะเล จึงจะได้พบลาภก้อนใหญ่  ทั้งหมดเชื่อในคำทำนายและมุ่งหน้าเดินเรือเที่ยวท่องไป ระหว่างอยู่กลางทะเล เกิดมีพายุลูกใหญ่พัดเรือไปถึงเกาะนาควาริน คำทำนายของปู่เจ้าทำให้ท้าวสิลราชพากองเรือมุ่งหน้าไปยังเกาะแก้วพิสดาร จนได้พบกับพระอภัยมณี

ท้าวสิลราชทรงรับพระอภัยมณีกับสินสมุทรขึ้นเรือไปด้วยกันเพื่อกลับบ้านเมือง แต่เมื่อเรือแล่นออกจากเกาะ นางผีเสื้อสมุทรก็ออกมาอาละวาดจนเรือแตก ท้าวสิลราชกับบริวารส่วนใหญ่สิ้นชีพกลางทะเล เหลือเพียงแต่สินสมุทรที่พานางสุวรรณมาลีหนีไปได้ ส่วนพระอภัยมณีก็เป่าปี่สังหารนางยักษ์จนสิ้นใจกลางทะเล

ทั้งหมดแตกกระจายพลัดพรายไปคนละทิศละทาง ฝ่ายพระอภัยมณีได้รับความช่วยเหลือจากอุศเรน ผู้เป็นคู่หมั้นของนางสุวรรณมาลี ส่วนสินสมุทรกับนางสุวรรณมาลีก็ได้โจรสุหรั่งผู้เป็นโจรสลัดในน่านน้ำนั้นช่วยชีวิตไว้ได้

แต่แล้วโจรก็ยังเป็นโจร โจรสุหรั่งคิดทำร้ายสินสมุทร สินสมุทรจึงสังหารโจรแล้วครอบครองเรือมาเป็นของตนเอง สินสมุทรออกเรือไปจนพบศรีสุวรรณที่กำลังล่องเรือเที่ยวตามหาพี่ชาย ทั้งหมดจึงเดินทางต่อไปด้วยกันจนมาพบกับพระอภัยมณีและอุศเรน

สินสมุทรรู้สึกรักนางสุวรรณมาลีและอยากให้มาเป็นแม่ จึงเกิดเหตุวิวาทกับอุศเรน พระอภัยมณีจึงหนีไปเมืองผลึกพร้อมนางสุวรรณมาลีและได้ขึ้นครองเมืองแทนท้าวสิลราช

ฝ่ายอุศเรนก็รู้สึกแค้นใจ จึงมุ่งหน้ากลับเมืองลังกาเพื่อยกทัพมาตีเมืองผลึก แต่แล้วก็แพ้อุบายของนางวาลีจนต้องสิ้นชีวิต นางละเวงวัณฬาผู้น้องสาวจึงคิดจะแก้แค้นให้พี่ชาย จึงออกอุบายใช้รูปของตนทำเสน่ห์ แล้วส่งไปหัวเมืองต่างๆ เพื่อยกทัพมาตีเมืองผลึก

ฝ่ายนางเงือกที่อาศัยอยู่ที่เกาะแก้วพิสดาร ก็ให้กำเนิดบุตรชื่อว่า สุดสาคร เด็กคนนี้เป็นเด็กที่ฉลาดและแข็งแรงมาก วันหนึ่งสุดสาครจับม้านิลมังกรมาได้ พระฤๅษีจึงสอนวิชาและเล่าเรื่องพระอภัยมณีผู้เป็นพ่อของเด็กน้อยให้ฟัง เมื่อสุดสาครรู้เรื่องพ่อขอตน ก็กราบลาพระฤาษีเพื่อออกเดินทางตามหาพ่อ

สุดสาครเดินทางไปจนถึงเมืองการเวก ระหว่างทางก็ถูกชีเปลือยหลอกขโมยไม้เท้าและม้านิลมังกรที่พระฤาษีมอบไว้ให้คู่กายไป แต่พระฤๅษีก็เข้ามาช่วยไว้ได้ทัน จนชิงเอาไม้เท้าและม้านิลมังกรกลับคืนมาได้ สุดสาครเดินทางเข้าสู่เมืองการเวก เมื่อกษัตริย์ผู้เป็นเจ้าเมืองเห็นก็รู้สึกรักใคร่เอ็นดู จึงรับอุปการะเลี้ยงดูเป็นโอรสบุญธรรม

สุดสาครอยู่ด้วยกันกับนางเสาวคนธ์และหัสไชยผู้เป็นพระธิดาและพระโอรสของกษัตริย์จนเติบใหญ่ สุดสาครจึงคิดจะออกตามหาพ่อ เจ้าเมืองการเวกจึงแจงหากองเรือให้ และให้นางเสาวคนธ์และหัสไชยติดตามไปด้วย ทั้งหมดล่องเรือไปจนถึงเมืองผลึก ซึ่งขณะนั้นกำลังถูกทัพลังกาและทัพพันธมิตรล้อมเมืองไว้อยู่

พระอภัยมณี ศรีสุวรรณ สินสมุทร และสุดสาคร จึงช่วยกันสู่รบจนสามารถเอาชนะทัพอื่นๆได้ ฝ่ายพระอภัยมณีเมื่อได้รูปวาดของนางละเวงที่ลงเสน่ห์เอาไว้ ก็เกิดต้องมนต์ของนางละเวงเสียเอง ทำให้พระอภัยยกทัพตามไปตีเมืองลังกาด้วย แต่รบกันเท่าใดก็ไม่มีฝ่ายไหนแพ้ชนะเสียที

ต่อมา พระอภัยมณีลอบติดรถนางละเวงเข้าไปในวัง แต่เมื่อนางละเวงได้พบหน้าพระอภัย ก็รู้สึกฆ่าไม่ลง แต่กลับหลงรักจนตกเป็นสามีภรรยากัน ส่วนบริวารอื่นของนางละเวง ไม่ว่าจะเป็น นางยุพาผกา รำภาสะหรี และสุลาลีวัน ก็ใช้เสน่ห์กับพระอภัยมณี ศรีสุวรรณ สินสมุทร และสุดสาคร จนให้ทั้งหมดหลงมัวเมา จนไม่ยอมกลับเมืองผลึก

นางสุวรรณมาลี นางอรุณรัศมี และนางเสาวคนธ์เห็นท่าไม่ดี จึงมาตามทุกคนให้กลับ  แต่ด้วยมนต์เสน่ห์จึงทำให้พวกเขาไม่ยอมกลับ นางๆทั้งหลายจึงไปขอให้หัสไชยมาช่วยแก้เสน่ห์ที่ลุงและเหล่าพี่หลงอยู่จนสำเร็จ

กษัตริย์ทั้งหมดจึงยอมสงบศึกกันแต่โดยดี แต่นางเสาวคนธ์ก็ยังคงโกรธสุดสาคร จึงหนีไปเมืองวาหุโลม สุดสาครจึงต้องติดตามไป จนภายหลังก็ได้อภิเษกสมรสกัน

ด้านกรุงรัตนา เมื่อท้าวสุทัศน์สิ้นพระชนม์ พระอภัยมณีกับเหล่ากษัตริย์จึงเดินทางกลับไปทำศพ มังคลาผู้เป็นบุตรของพระอภัยมณีกับนางละเวงจึงได้ขึ้นครองเมืองลังกา แต่ก็ถูกบาทหลวงยุแหย่ให้เกิดความแค้นเคืองเหล่ากษัตริย์  มังคลาจึงจับตัวนางสุวรรณมาลีและพระญาติมาขังไว้

ฝ่ายหัสไชยกับสุดสาครเมื่อทราบข่าว ก็ยกทัพมาช่วย แต่ก็ไม่สำเร็จ แม้แต่นางละเวงผู้เป็นมารดาเองก็ไม่สามารถห้ามปรามได้ พระอภัยมณีกับศรีสุวรรณจึงต้องยกทัพตามมาจนสู้รบได้รับชัยชนะ

เมื่อศึกสงบลง พระอภัยมณีก็ได้อภิเษกโอรสทั้งหลายให้ครองเมืองต่าง ๆ จากนั้นจึงลาบวช โดยมีนางสุวรรณมาลีและนางละเวงตามไปปรนนิบัติพัดวีด้วย ทั้งสามบำเพ็ญตนอยู่ในศีลในธรรมร่วมกันอย่างสงบสุขตลอดไป

 

 


โฆษณา



This entry was posted on วันพุธ, สิงหาคม 31st, 2011 at 2:40 pm and is filed under วรรณคดีไทย. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. Both comments and pings are currently closed.